“อนุทิน” สานต่อความฝันสีเขียว เปลี่ยนกัญชา จากยาเสพติด สู่สมุนไพร และพืชเศรษฐกิจ

2-3 ปีที่แล้ว หากใครจะมาบอกว่าวันหนึ่ง ในประเทศ จะมีร้านอาหารที่นำกัญชามาเป็นวัตถุดิบ เสิร์ฟขายแก่ประชาชน คนได้ยินคงหัวเราะก๊าก หาว่าเพ้อเจ้อ แต่สิ่งเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว ในวันที่ท่านรองฯอนุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข “ผมคิดแค่ว่า ถ้าผมทำในสิ่งที่ดี มันก็ต้องทำต่อไป ท้อได้ แต่ไม่ถอย” รองฯหนู ตอบคำถามนักข่าว เมื่อครั้งเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงคุณหมอ พร้อมกับเสียงค่อนขอดว่านโยบายกัญชา คงได้แต่ขายฝัน “เคาะกะลาให้หมาดีใจ” เพราะหากจะว่าไปการเอากัญชาขึ้นมาบนดินนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากเนื่องจากขัดต่อความเชื่อ และยังติดล็อกของสารพัดกฎหมายแต่ท่านรองฯ ได้ใช้ทุกวิถีทาง เพื่อผลักดันนโยบายเดินไปข้างหน้า ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “กัญชามีทั้งคุณ และโทษ ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์” ที่ท่านรองฯมักย้ำเสมอ

ท่านรองฯ เริ่มจากการนำกัญชามาใช้ทางแพทย์ ปัจจุบันนี้ มีคลินิกกัญชาถูกกฎหมายแล้ว ไม่ต่ำกว่า 402 แห่ง ให้บริการ ให้บริการตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสม 16 ตำรับ และน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ ไมเกรน พาร์กิน มะเร็ง ฯลฯ มีผู้ใช้บริการไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นครั้ง ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยวางเป้าจะเปิดคลินิกกัญชาให้ได้ 650 แห่ง ในปี 2564 เป็นการสร้างอุปสงค์อย่างยั่งยืน จากนั้นท่านรองฯ ได้สร้างอุปทานขึ้นมา ด้วยการให้ประชาชน สามารถรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อปลูกให้ กับ รพ.สต. ทั่วประเทศ มี ประชาชน เข้าร่วมโครงการแล้ว 2,510 ครัวเรือน คิดเป็นการปลูกกัญชาทั้งหมด 15,060 ต้น ป้อนให้ รพ.สต. 251 แห่งใน 46 จังหวัด ทั่วประเทศล่าสุด ปรากฎความคืบหน้าอย่างยิ่ง เมื่อกฎหมายคลายล็อกให้ประชาชนนำบางส่วนของกัญชา และกัญชง มาใช้ประโยชน์ได้ ได้แก่ 1.เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก 2.ใบไม่มียอดหรือช่อดอก 3.สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล (CBD) เป็นส่วนประกอบและมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก 4.เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือสารสกัดเมล็ดกัญชงส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมาก ได้เริ่มนำวัตถุดิบจากกัญชาและกัญชง ไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร เพื่อเพิ่มมูลค่า ภายใต้เงื่อนไขว่าที่มาของวัตถุดิบนั้น ต้องถูกต้องตามกฎหมาย โดยร้านอาหาร ที่มีกัญชาอยู่ในเมนู กำลังเป็นที่สนใจของสังคมอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้บูรณาการ การใช้กัญชาทางการแพทย์ และทางเศรษฐกิจ โดยเริ่มนำร่องปลูกกัญชา 6 ต้น บ้านที่บ้านโศกนาค ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ หรือ “โนนมาลัยโมเดล” ซึ่งสมาชิกของวิสาหกิจชุมชน จะได้ปลูกกัญชาครัวเรือนละ 6 ต้น ก่อนนำวัตุดับไปใช้ ประโยชน์ แบ่งเป็น ช่อดอก จะมอบให้โรงพยาบาลคูเมืองใช้ผลิตยา ขณะที่ส่วนอื่น จะนำไปผลิตเครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้มีการเปิดสถาบันกัญชาทางการแพทย์ เพื่อเป็นหน่วยงานประสานระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก ในภาครัฐ และเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดรูปธรรมสูงสุดนโยบายกัญชา ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม กัญชา มิใช่เป็นผู้ร้ายตลอดไป

แต่กำลังจะกลายเป็นพระเอก ให้ประชาชน ได้ใช้แก้ปัญหาปากท้อง พร้อมไปกับเป็นยารักษาโรค วันนั้น หากมีใครบอกว่า 2-3 ปีที่แล้ว หากใครจะมาบอกว่าวันหนึ่ง ในประเทศ จะมีร้านอาหารที่นำกัญชามาเป็นวัตถุดิบ เสิร์ฟขายแก่ประชาชน คนได้ยินคงหัวเราะก๊าก หาว่าเพ้อเจ้อ แต่สิ่งเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้ววันนี้ ท่านรองกำลังทำความฝัน ให้เป็นจริง …

Stay Connected

58,363แฟนคลับชอบ
1,699ผู้ติดตามติดตาม

Latest Articles